คอลเล็กชั่นสายแฟชั่นคั่นฤดูจาก Louis Vuitton

นับเป็นพรีคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว คอลเล็กชั่นแรกอย่างเป็นทางการ ผ่านฝีมือการออกแบบของเวอร์จิล แอ๊บโลห์ (Virgil Abloh) ที่สร้างสรรค์ให้บ้านหลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) โดยคอลเล็กชั่นล่าสุดนี้ยังคงเป็นการต่อยอดปรัชญางานออกแบบที่ผูกโยงกับพจนานุกรมในแบบแอ๊บโลห์ นั่นคือการสร้างสรรค์งานออกแบบในทฤษฎีการบิดรูปและเปลี่ยนความหมายให้ผิดเพี้ยนไปในปริมาณ 3 เปอร์เซ็นต์

สำหรับพรีคอลเล็กชั่นจากหลุยส์วิตตองในครั้งนี้แอ๊บโลห์ตั้งใจออกแบบเสื้อผ้าและสินค้าที่มีหน้าตาคลาสสิกปราศจากยุคสมัยโดยเขาเชื่อว่าสินค้าทุกชิ้นที่ถูกสร้างสรรค์ออกมาจะต้องสามารถสวมใส่ได้ยาวนานปราศจากกาลเวลาและกลายเป็นสินค้าที่สามารถผสมผสานโลกอดีตโลกปัจุบันและโลกอนาคตได้อย่างลงตัวบวกกับแรงบันดาลใจของวัฒนธรรมป๊อปสายแฟชั่นจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีที่มาจากเสื้อผ้าในแบบยูนิฟอร์มที่พบเห็นได้ตามท้องถนนกรุงโตเกียวผสมกับเสื้อผ้าในแบบเอาต์ดอร์และสปอร์ตซึ่งเรื่องราวของประเทศญี่ปุ่นแอ๊บโลห์ได้กล่าวไว้ว่ามันคือสถานที่เดียวในโลกที่เป็นตัวแทนของการรวมโลกอดีตโลกปัจจุบันและโลกอนาคตได้อย่างแท้จริงนี่จึงเป็นที่มาของการเลือกประเทศญี่ปุ่นให้เป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์

ทั้งนี้ไอเท็มชิ้นเด็ดของคอลเล็กชั่นนี้ประกอบไปด้วยแจ๊กเก็ตกันลม เชิ้ต ทีเชิ้ต และแจ๊กเก็ตฟลีซกันหนาว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกลุ่มเสื้อผ้าสวมใส่ง่ายในชีวิตประจำวันในแบบสตรีตแวร์ แต่พวกมันไม่ได้มาพร้อมความง่ายในงานออกแบบ เพราะกลับมีเรื่องราวการสร้างสรรค์ ทั้งสีสัน ลายพิมพ์ และการเลือกวัสดุที่น่าสนใจ โดยรายละเอียดหลักคือการตกแต่งเสื้อในแบบนักกีฬาเดินเรือ นอกจากนั้นยังมีชิ้นเสื้อเด่นๆ อย่างเทรนช์โค้ต และพาร์กาที่ผลิตด้วยผ้าใบเคลือบสีกรมท่า ซึ่งเป็นเทคนิคดั้งเดิมเฉพาะของประเทศญี่ปุ่น แต่อัปเดตรูปทรงและสไตล์ให้โมเดิร์นทันสมัยในแบบหลุยส์ วิตตอง บวกกับบอมเบอร์แจ๊กเก็ตลายตารางสุดเท่ ใส่ง่าย แพ็กง่าย และแจ๊กเก็ตสไตล์นักบินที่ตกแต่งด้วยขนสัตว์ที่ด้านในเพื่อความอบอุ่น แต่มาพร้อมงานเย็บตกแต่งขอบด้วยหนังงูสุดหรูหรา เป็นต้น

จุดเด่นสูงสุดของคอลเล็กชั่นนี้คือเทคนิคการเปลี่ยนรูปทรงสิ่งของให้กลายเป็นเสื้อผ้าที่แอ๊บโลห์ตั้งชื่อเทคนิคใหม่ว่า ‘Accessomorphosis’ ซึ่งมีความหมายถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงแอ๊กเซสเซอรี่ให้กลายเป็นเสื้อผ้าเท่ๆ เพื่อการสวมใส่ โดยเทคนิคดังกล่าวเป็นการปั่นรวมเสื้อผ้ากับกระเป๋าให้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงกลายเป็นไอเท็มแฟชั่นเจ๋งๆ อย่างเสื้อกั๊กที่มีช่องใส่ของคล้ายกระเป๋าสะพายไหล่ในชิ้นเดียวกัน นอกจากนั้นยังมีเทคนิคใหม่อีกหนึ่งแบบที่แอ๊บโลห์ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ‘Compressomorphosis’ ซึ่งเขาอธิบายไว้ในพจนานุกรมฉบับวิตตอง ให้หมายถึงเสื้อผ้าชิ้นเบาบางที่สามารถเปลี่ยนรูปทรงแพ็กเก็บเป็นกระเป๋าหิ้วไว้ใส่เดินทาง นอกจากนั้นยังมีการหยิบยืมไอเดียการออกแบบเสื้อผ้าจากคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวของปลายปีนี้ มาสร้างสรรค์กระเป๋าคอลเล็กชั่นคั่นฤดูกาลอีกด้วย โดยมีทั้งกระเป๋าโท้ต กระเป๋าสะพายข้าง และกระเป๋าเดินทาง ซึ่งรับอิทธิพลการตกแต่งมาจากพวกข้าวของสไตล์กีฬาเอ็กซ์ตรีม

ฝั่งรองเท้าก็เท่ไม่แพ้กัน โดยเป็นงานออกแบบสนีกเกอร์ที่มีลูกผสมของแรงบันดาลใจในแบบรองเท้าปีนเขา มาใช้สร้างบู๊ตหนังกลับให้หนุ่มทำงานได้ใส่เท่ ส่วนสนีกเกอร์นั้นก็น่าสนใจขึ้นกว่าเดิม เพราะถูกสร้างสรรค์ด้วยวัสดุหรูหราแนวเอ็กโซติก อย่างหนังนกกระจอกเทศและหนังจระเข้ บวกกับดีไซน์การออกแบบที่เป็นแถบสีสะท้อนแสงสไตล์โลกอนาคต